Come and enjoy lovely coffee shop and restaurant with great breeze of Chao Phraya River plus lush green garden,near Rama V bridge and Nonthaburi Pier ร้านกาแฟ เบเกอรี่ อาหารกลางวัน ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานพระราม5 และท่าน้ำนนท์ บรรยากาศสไตล์บ้านสวน ชมวิวรับลมแม่น้ำ

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

อาหารตรุษจีน - จับฉ่าย



         ตรุษจีนปีนี้ฉันมีโอกาสได้ไปเยี่ยมบ้านเกิดที่นครปฐม   เราไปวันไหว้  ฉันและแม่อดีตสามีออกจากบ้านค่อนข้างสาย  จึงไปทันเฉพาะช่วงบ่ายซึ่งเป็นการไหว้บรรพบุรุษ  ฉันเข้าครัวช่วยหยิบจับหั่นอีกเช่นเคย  เคยมีคนสนิทตั้งข้อสังเกตว่าไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหนเวลาส่วนมากก็มักจะอยู่แต่ในครัว  ปัจจุบันฉันพยายามแยกครัวในบ้านให้เป็นที่ทำขนมอบจะได้ดูไม่เป็นครัวที่เรามักนึกถึงอาหารคาวนักเพื่อจะได้รู้สึกว่าได้ออกจากครัวบ้าง   ฉันเป็นลูกคนจีนที่มีเชื้อสายไทยเพียงน้อยนิด  อากง(ปู่) อพยพมาจากประเทศจีนโดยเรือเหมือนที่เคยได้ฟังมาอย่างไรอย่างนั้น  ซึ่งฉันก็ภาคภูมิใจในตัวท่าน  ด้วยความใจดี เป็นคนดี  อาจเป็นเพราะฉันผูกพันกับท่านมากเพราะใกล้ชิดกันมาตั้งแต่ฉันยังเล็ก  ปีนี้ได้เจอพี่ ๆ น้อง ๆ หลายคนอยู่เพราะตรงกับวันหยุดพอดี
           เราทำอาหารคาวสิบกว่าชนิด เป็ดพะโล้ ไก่ต้ม หมูสามชั้น ปลาหมึก ยังมีขนมเข่งและขนมเทียนและอื่น ๆ อีกมากมายเพื่อ ไหว้บรรพบุรุษ  ฉันเป็นเพียงคนรุ่นค่อนข้างใหม่ที่ยังชอบวิถีชาวบ้าน ชอบให้มีอยู่  ซึ่งฉันอาจจะไม่ได้มีความรู้อะไรลึกซึ้งนักกับประวัติความเป็นมา  อาจจะลองนึกภาพง่าย ๆ ถึงเด็กผู้หญิงชาวจีนที่โตมาจากครอบครัวจีนแท้ ๆ พ่อแม่และอากงอาม่าใช้ภาษาจีนแต้จิ๋วเป็นส่วนใหญ่เพราะอยากให้ลูกหลานซึมซับและพูดได้  ใกล้ ๆ บ้านมีศาลเจ้าใหญ่  ฉันได้นั่งดูงิ้วช่วงปีใหม่ทุกปีแม้จะดูไม่รู้เรื่องนักแต่ก็ชอบ  ความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนักเกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้คือ ภาษาไทยสมัยประถมฉันไม่ดีถึงขนาดฉันลำดับญาติคนไทยไม่ได้ขณะทำข้อสอบ  และน้อยครั้งนักที่จะได้ไปทำบุญที่วัดเพราะเราไหว้เจ้ากันตลอดปีตามวาระต่าง ๆ  
          หลังจากไหว้บรรพบุรุษเสร็จแม่ก็เริ่มเข้าครัวอีกครั้งเพื่อจัดแจงจัดอาหารให้ลูก ๆ บางคนที่จะไม่ได้อยู่ร่วมรับประทานอาหารเย็น  ปกติในวันขึ้นปีใหม่ชาวจีนนี้เราจะรับประทานอาหารเย็นด้วยกันนานเป็นพิเศษ  เตี่ยมักจะดื่มฉลองในโอกาสพิเศษแบบนี้  ตอนเราพี่น้องเด็ก ๆ เราอ้อนขอชิมเหล้ากันบ้างอ้างว่าเพื่อเป็นการศึกษา  เตี่ยขำเวลาเห็นเราทำหน้าเหยเก
          ฉันไม่ได้ช่วยลงมือผัดเพราะมีน้องชายสุดท้องซึ่งรักการทำอาหารช่วยเป็นหลัก  อดีตสามีบอกว่าจับฉ่ายที่บ้านอร่อยที่สุด  ฉันบอกว่าต้องตอนตรุษหรือสาร์ทถึงจะเด็ดสุดเพราะมีวัตถุดิบเยอะและหลากหลาย   แม่ได้ยินแล้วก็ยิ้มแก้มปริ  น้องบอกแม่ให้ใส่ต้นหอมลงไปในจับฉ่ายตอนใกล้เสร็จด้วย  ตอนแรกแม่ลังเลนิดหน่อยเพราะปกติเราใส่เฉพาะขึ้นฉ่ายให้หอม ๆ เท่านั้น  ฉันมีข้อสังเกตส่วนตัวอยู่นานแล้วเกี่ยวกับเรื่องการใส่ใบอะไรต่อมิอะไรในผัด ๆ ต้ม ๆ ของคนทั่วไป  คือระยะหลัง ๆ บางช่วงที่ไม่ค่อยได้ทำอาหารรับประทานก็จะซื้อเอา  รู้สึกว่าในอาหารผัดหรือต้มจืดหลายอย่างมากที่ใส่ต้นหอมผักชีโรยหน้า  บ่อยครั้งที่ใส่ไปดิบ ๆ ไว้ข้างหน้าเช่นนั้นทำให้รำคาญใจได้เหมือนกัน  เพราะโรยหน้าก็จริงแต่มันควรจะสุกแบบไม่มากยังเขียว ๆ ก็คือเราใส่ตอนท้ายก่อนจะปิดไฟเช่นเดียวกับการใส่ใบโหระพาพริกชี้ฟ้าในขั้นตอนสุดท้ายของการแกงเผ็ดหรือเขียวหวาน   ไม่นานนักฉันก็เริ่มเบื่ออาหารซื้อสำเร็จพวกนั้นเพราะรู้สึกเหมือนกันไปหมดมีต้นหอมผักชีเหมือนกันหมด
          อาหารจีนต้นตำรับที่เราทำกินกันมีความแตกต่างจากทั่วไปเช่น ต้มจืดหรือผัดบางอย่างเราจะไม่โรยหน้าอะไรเลย  เพราะมันหอมอร่อยอยู่แล้วโดยที่เราไม่ต้องการให้กลิ่นอื่นมาบดบัง  บางอย่างเราใส่ต้นหอมกับขึ้นฉ่าย  ต้นหอมกับผักชี  ต้นหอมหรือขึ้นฉ่ายหรือผักชีเพียงอย่างเดียว  เช่นหมูผัดขิง  ที่เราผัดรับประทานกันจริง ๆ คือเนื้อหมูดี ๆ เนื้อสันใส่ลงผัดหลังจากเจียวกระเทียมและขิงซอยให้หอม  เชื่อไหมว่าการเหยาะซีอิ๊วขาวหรือดำแต่งสีนิดหน่อยในขั้นตอนการเจียวขิงนี้ ทำให้แตกต่างอร่อยยิ่งขึ้นไปอีก  จานนี้เราไม่ใส่ผักชนิดอื่นอีกเลยเพราะเราจะเหยาะเหล้าจีนในขั้นตอนสุดท้ายให้หอม ๆ   ต้มจืดหรือซุปก็มีหลายอย่างที่เราไม่ได้โรยหอมหรือขึ้นฉ่ายหั่นท่อน 
           เย็นนั้นฉันและแม่เยาว์ได้จับฉ่ายแสนอร่อยที่มีต้นหอมเพิ่มขึ้นมา และอาหารอีกหลายอย่างกลับมารับประทานที่บ้าน  แต่เราก็สมัครใจอิ่มเพียงแค่กระเพาะปลากันคนละถ้วยเพราะกว่าจะถึงบ้านก็เกือบสองทุ่มแล้ว    เหนื่อยกับการขับรถบ้างแต่ก็อบอุ่นและมีความสุข

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

ดออกไม้ผลิบาน

ช่วงนี้ต้นไม้ที่ร้านกำลังแข่งกันผลิดอกค่ะ ^^










วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สูตรสุขภาพดีตามฤดูร้อน ฝน หนาว

               การรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอเป็นสิ่งที่ดีเพื่อป้องกันการเกิดโรค บรรเทาอาการของโรค ตลอดจนการมีชีวิตที่เป็นปกติสุข  แต่ท่ามกลางสภาวะการดำรงชีวิตที่เร่งรีบและบีบคั้นร่างกายตลอดจนจิตใจอย่างทุกวันนี้ เราจะมีวิธีการดูแลตัวเองแบบง่ายๆได้อย่างไร
              ในหลักของการแพทย์แผนไทยถือว่าการจะมีสุขภาพที่ดีได้ต้องประกอบทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ที่สำคัญคือเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการสร้างความสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ ขณะเดียวกันเวลาและฤดูกาลก็มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญด้วย
       อ.วุฒิ วุฒิธรรมเวช แพทย์แผนไทยจากคลินิกธรรมเวชแพทย์แผนไทย อธิบายว่า ในหลักการแพทย์แผนไทยกล่าวถึงมูลของโรคหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมี 8 ประการ และ 6 ประการ การที่พยายามหลีกห่างจากมูลของโรคก็เป็นหนทางที่สามารถป้องกันโรคได้
       ทั้งนี้ มูลของโรค 8 ประการ ก็คือความประพฤติของมนุษย์ที่จะทำให้โรคบังเกิดขึ้น ซึ่งจัดไว้ 8 ประการ คือ 1.อาหาร การทานอาหารมากหรือน้อยกว่าที่เคย ทานอาหารไม่ตรงกับเวลา อาหารบูดเสีย อาหารรสแปลก 2.อิริยาบถ ควรใช้อิริยาบถให้ผลัดเปลี่ยนกันตามปกติ 3.ความร้อนและเย็น เมื่อถูกความร้อนความเย็นมากเกินไป ทำให้ธาตุวิปริตแปรปรวน 4.อดนอน อดข้าว อดน้ำ 5.กลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ 6.ทำงานเกินกำลัง 7.ความเศร้าโศกเสียใจ และ 8.โทสะ 
       ส่วนมูลเหตุของการเกิดโรค 6 ประการ ตามพระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ คือ 1.กินอาหารผิดเวลาและอิ่มนัก 2.เสพเมถุนมาก 3.กลางวันนอนมาก 4.กลางคืนนอนไม่หลับ 5.โทสะมาก 6.กลั้นอุจจาระ ปัสสาวะ
       “ปัจจุบันฤดูกาลเปลี่ยนแปลงคลาดเคลื่อนไปมาก ฤดูกาลในแต่ละภาคก็แตกต่างออกไป ไม่ค่อยตรงกันนัก หากจะให้ละเอียดจริงๆ ต้องพิจารณาสมุฏฐานอื่นประกอบด้วย เช่น ธาตุเจ้าเรือน หรือสภาพของร่างกายในปัจจุบัน พิจารณาตามอายุ ถ้าจะให้แน่นอนก็ควรตรวจชีพจรว่ามีลักษณะอย่างไร ซึ่งมีรายละเอียดมาก แต่ในที่นี่จะกล่าวถึงภาพรวมโดยทั่วไปในเรื่องการรักษาสุขภาพตามฤดูกาลเป็นหลัก”       
       ฤดูหลักที่มีประจำในประเทศไทยคือ ฤดู 3 อย่างไรก็ตามยังมีฤดู 4 และฤดู 6 ด้วย แต่จะขอกล่าวถึงภาพรวมใน ฤดู 3 เท่านั้น นั่นก็คือ คิมหันตฤดู หรือฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 4 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 วสันตฤดู หรือฤดูฝน ตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 และ เหมันตฤดู หรือฤดูหนาว ตั้งแต่งวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4
              “การรักษาสุขภาพในฤดูร้อนนั้น รวมระยะเวลา 4 เดือน ในระยะเวลานี้เป็นเวลาที่พื้นโลกมีความร้อนสูงขึ้น ร่างกายของคนเรากระทบกับความร้อน ทำให้ธาตุไฟ โดยเฉพาะย่างยิ่งไฟสำหรับอบอุ่นร่างกายพลอยกำเริบมากขึ้น ถ้าจะเกิดโรคก็มักเกิดเนื่องจาก ธาตุไฟ น้ำดี และโลหิต กำเริบหรือพิการ ดังนั้น การป้องกันและรักษาสุขภาพในช่วงฤดูร้อน คือ การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคหรืออาการที่ทำให้เพิ่มอุณหภูมิของร่างกายจนถึงขั้นผิดปกติ ซึ่งสามารถทำได้หลายทางด้วยกัน เช่น หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค 8 และ 6 ประการ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ในที่ที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสร้อน รสมันมากเกินไป ควรรับประทานอาหารที่มีรสเย็น และรสขม”     
       ส่วนอาหารที่เหมาะสมสำหรับฤดูร้อนนั้น ในประเภทพืชผัก เช่น ถั่วพู แตงกวา แตงร้าน แตงไทย ถั่วฝักยาว ถั่วแขก ผักกาดขาว ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ใบบัวบก กระเจี๊ยบมอญ สายบัว ผักกะเฉด ผักกูด ผักโขม ผักชีฝรั่ง ดอกแค ยอดแค ขี้เหล็ก สะเดา ตำลึง มะระ คึ่นฉ่าย ผักกาด แครอท หัวผักกาด ฟัก น้ำเต้า ผักกะสัง ผักหวาน หัวปลี หยวกกล้วย เตยหอม กระถิน ชะอม ฟักทอง เหง้าหวาย หัวลูกตาลอ่อน ยอดมะพร้าว ย่านาง ยอดฟักทอง ใบยอ ถั่วงอก มะเขือ มะเขือพวง ผักปลัง ดอกขจร หัวลูกมะพร้าวอ่อน ใบมะยม ฝักเพกา ใบกรุงเขมา(หมาน้อย) กระพังโหม ถั่วเขียว บวบ      
       ส่วนผลไม้ เช่น แตงโม ชมพู่ มะละกอ แตงไทย ลูกตาลอ่อน สาลี่ แอปเปิล ฝรั่ง แก้วมังกร รากบัวหลวง เม็ดบัว กระจับ มังคุด ซึ่งการปรุงอาหารนั้นควรปรุงให้ครบถ้วน หาใช่ใช้แต่รสใดรสหนึ่งเท่านั้น เพียงแต่เน้นส่วนปรุงตามหลักฤดูกาล นอกจากอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศแล้ว ยังมีโรคที่มาพร้อมกับความแห้งแล้ง เช่น โรคท้องร่วง อหิวาตกโรค เป็นต้น      
       สำหรับการรักษาสุขภาพในฤดูฝน  ช่วง 4 เดือนของฤดูฝนเป็นช่วงที่มีภูมิอากาศร้อนอบอ้าว มีความชื้นสูง บางครั้งมีความหนาวเย็นผสมด้วย ทำให้ร่างกายมีความร้อนและความชื้นสะสมสูงขึ้น อากาศถูกแทรกด้วยไอน้ำมากขึ้น ทำให้การหมุนเวียนของเลือดลมในร่างกายมาเป็นไปตามปกติที่เคย ทำให้ธาตุไฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิกัดลมพัดในท้องแต่อยู่นอกลำไส้พลอยหวั่นไหวกำเริบขึ้น การเกิดโรคมักเกิดขึ้นเนื่องจากธาตุลมกำเริบหรือพิการ
              “ดังนั้นการป้องกันรักษาสุขภาพในหน้าฝนจึงควรหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆที่ทำให้เกิดโรค ได้ เช่น หลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค 8 และ 6 ประการ อย่ากรำแดดกรำฝน หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อับชื้น ที่มีละอองฝน ที่ที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เมื่อร่างกายเปียกชื้น ควรอาบน้ำเช็ดตัวให้แห้ง อย่าสวมเสื้อผ้าเปียกชื้น ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสแสลงกับโรคลม เช่น รสเย็น รสเมาเบื่อ รสขม รสหอมเย็น อาหารย่อยยาก และควรรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน”       
       อาหารที่เหมาะสำหรับฤดูฝน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ ใบกะเพรา กระชาย แมงลัก สะระแหน่ ช้าพลู ขมิ้นขาว ขมิ้นชัน ผักชีฝรั่ง ผักชีหอม ผักชีลาว โหระพา หอม กระเทียม ใบมะกรูด พริกไทย พริกหยวก พริกชี้ฟ้า ผักแพรว หมุย(สมัด) ดอกกะทือ ดอกกระเจียว ใบมะตูม ผักไผ่ หน่อไม้ งา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เปราะหอม ผักแขยง กุยฉ่าย ส่วนผลไม้ ได้แก่ ทุเรียน ละมุด ลำไย ลิ้นจี่ ขณะเดียวกันให้ระวังโรคที่มักระบาดในหน้าฝนด้วย เช่น โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก โรคไข้มาลาเรีย เป็นต้น      
       ส่วนการรักษาสุขภาพในฤดูหนาว 4 เดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงของอากาศอย่างรวดเร็ว ความชุ่มชื่นในฤดูฝนที่เกิดจากลมใต้เปลี่ยนไป เมื่อลมเหนือพัดพาเอาความหนาวเย็นและความแห้งแล้งเข้ามาแทนที่ การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ถ้าร่างกายไม่แข็งแรง อาจเกิดการเจ็บป่วยได้ ส่วนใหญ่มักทำให้ธาตุน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิกัดเสมหะพลอยหวั่นไหว กำเริบหย่อนหรือพิการได้
              “จะมีเสมหะมากขึ้น เกิดการอักเสบในคอ ร่างกายปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือได้รับเชื้อโรคที่ปลิวมากับลม ที่มากับสัตว์ย้ายถิ่น เช่น ไข้หวัด ไข้กำเดา ที่มากับนกเป็ดน้ำที่มาจากไซบีเรีย เป็นต้น นอกจากเสมหะแล้ว ธาตุน้ำอื่นๆในร่างกายก็อาจกำเริบ หย่อน หรือพิการ ได้เช่นกัน เช่น ไขข้อ มันเหลว มันข้น เลือด โดยเฉพาะส่วนที่อยู่ใกล้ผิวหนังจะกระทบมากที่สุด”       
       ดังนั้น ในการป้องกัน นอกจากหลีกเลี่ยงการเกิดโรค 8 และ 6 ประการแล้ว ควรดูแลร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ สวมเสื้อผ้าให้เหมาะสม นอนในห้องที่ให้ความอบอุ่น ไม่ควรผึ่งลม ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่แสลงกับเสมหะ เช่น อาหารรสเย็น รสหวาน รสมัน และรสเค็ม ซึ่งอาจทำให้เสมหะกำเริบได้ ส่วนผู้สูงอายุหรือผู้ที่ร่างกายผอม ไขมันน้อย อาจมีปัญหาเรื่องผิวหนังแห้ง แตกระแหง ทำให้คันหรือติดเชื้อได้ง่าย ควรใช้สบู่ที่มีสรรพคุณรักษาผิว ทำให้ผิวชุ่มชื่น เช่น ชะเอมเทศ ชะเอมไทย เปลือกกล้วยหอม ขมิ้นอ้อย ขมิ้นชัน ว่านนางคำ เป็นต้น หรือใช้สบู่อ่อน เช่น สบู่สำหรับเด็ก      
         อ.วุฒิ แนะนำว่า สิ่งที่ควรทำในฤดูหนาวคือ การกระตุ้นให้ร่างกายมีความอบอุ่นอยู่เสมอ ความจริงแล้วอาหารที่ใช้ในฤดูฝนส่วนใหญ่ที่มีรสเผ็ดร้อนก็สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารฤดูหนาวได้ดี และควรเพิ่มอาหารดังนี้เข้าไปด้วย เช่น มะเขือเทศ มะขามสด ยอดมะขาม ผักติ้ว มะละกอ ผลไม้ เช่น ส้มต่างๆ มะนาว มะเฟือง มะไฟ และให้ระวังโรคที่มากับลมหนาวตามนกที่ย้ายถิ่นหรือเกสรดอกไม้ที่ปลิวมา เช่น ไข้เปลี่ยนฤดู ไข้หวัดนก ไข้ดอกสัก เป็นต้น       
       “จะเห็นได้ว่า การดูแลสุขภาพด้วยการแพทย์แผนไทยตามฤดูกาลนั้น มีเนื้อหาสาระเป็นจำนวนมาก สามารถแยกออกได้หลายแขนง เช่น ด้านโภชนาการ ด้านสมุนไพร ด้านการประพฤติตน ในที่นี้สามารนำมากล่าวได้เพียงแนวทางเพื่อนำไปขยายผลตามควรต่อไปเท่านั้น หวังว่าคงสามารถจุดประกายในการพัฒนาการแพทย์แผนไทยให้เจริญก้าวไกล สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันต่อไป” 

ขอบคุณที่มา : http://my.dek-d.com/kim_potter/story/

อาหารที่ช่วยล้างพิษในร่างกาย

คนโบราณและนักโภชนาการมักกล่าวว่า "อาหาร" เป็นยาที่วิเศษที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ใช่ว่าต้องเป็นอาหารที่มีราคาแพงอย่างเป๋าฮื้อ หูฉลาม รังนก หรือของหายากอย่างดีหมีเท่านั้น ถึงจะให้คุณประโยชน์ต่อร่างกายได้ เพราะจากการศึกษาแล้วพบว่าอาหารที่เราหาได้ตามท้องตลาดในชีวิตประจำวันก็มีประโยชน์ในตัวไม่ใช่น้อย
ที่สำคัญอาหารเหล่านี้ยังช่วยล้างพิษให้แก่อวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น ตับ ลำไส้ ไต ผิวหนัง ช่วยป้องกันการจับตัวของสารพิษ รวมถึงช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ซึ่งสารพิษต่างๆ ที่สะสมอยู่ในร่างกายอาจมาจากควันพิษในอากาศ สารเจือปนในอาหาร เช่น สีผสมอาหาร สารกันเสีย ยาฆ่าแมลง ปรุงรส เป็นต้น
คราวนี้ลองมาดูกันว่าอาหารชนิดใดสามารถช่วยล้างพิษให้คุณได้บ้าง
สาหร่ายทะเล
จากการศึกษาของ Mcgill University ที่ Montreal แสดงผลว่าสาหร่ายสามารถจับของเสียจากรังสีที่สะสมในร่างกาย
ในปัจจุบันเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีต่าง ๆ จากคลื่นวิทยุ คลื่นโทรศัพท์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า และคลื่นไมโครเวฟทั้งหลายได้ ซึ่งพลังงานความร้อนเหล่านี้เป็นอันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดมะเร็งได้ สาหร่ายจะช่วยดูดซึมคลื่นรังสีเหล่านั้น และสามารถจับกับพวกโลหะหนักได้ด้วย  นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยโปรตีนและเกลือแร่ในปริมาณมาก
หัวหอม
มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและสารต้านมะเร็งหลายชนิด  ช่วยทำความสะอาดเลือด  ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LD ซึ่งไม่ดีเพราะเป็นตัวการก่อให้เกิดโรคหัวใจ
นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจทำงานดีขึ้น ช่วยรักษาโรคหอบ โรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ และที่สำคัญคือช่วยรักษาโรคเบาหวานโดยช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่
มะนาว
เป็นสุดยอดอาหารที่ช่วยทำความสะอาดตับ มีวิตามินซีสูง น้ำมะนาวสดเมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแล้วดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอนจะช่วยล้างพิษ และทำให้เลือดสะอาดขึ้น แต่ถ้านำน้ำมะนาวสดผสมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้ง ก็จะเป็นอาหารที่ช่วยล้างพิษในลำไส้และป้องกันอาการท้องผูกได้อีกด้วย
เมล็ดแฟล็กส์
ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็น อย่างโอเมกา 3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมอง ช่วยบำรุงความจำ และมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังมีสารอื่นที่ช่วยทำให้ภูมิคุ้มกันร่างการแข็งแรงขึ้น
กระเจี๊ยบ
น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาดแบคทีเรียและไวรัสออกจากระบบทางเดิน ปัสสาวะ ซึ่งมักก่อให้เกิดการติดเชื้อ ทำให้มีอาการปัสสาวะไม่ออกหรือมีเลือดปน หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง ซึ่งสารในกระเจี๊ยบสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสเหล่านั้นได้
ทับทิม
ตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ว่าการดื่มน้ำทับทิมสามารถรักษาอาการ อักเสบและลดความปวดได้ เนื่องจากในผลทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยา แก้ปวด ช่วยล้างพิษ ลดการติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย และลดอาการอักเสบ
โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวม ช้ำ แนะนำให้กินทับทิม เพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
ถั่ว
(เช่นถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วเหลืองและถั่วขาว) จากการศึกษาพบว่าผู้ที่กินถั่วเป็นประจำมีระดับคอเลสเตอรอลน้อยกว่าผู้ที่ ไม่ได้กินและลดอัตราความเสียงต่อการเกิดโรคหัวใจด้วยพืชตระกูลถั่วนี้ประกอบ ด้วยไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำความสะอาดลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในลำไส้ และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ อีกทั้งช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้และมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย
ขึ้นฉ่าย
ถือว่าเป็นสุดยอดอาหารในการทำความสะอาดเลือดและช่วยลดความดันโลหิต สำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรกินขึ้นฉ่ายเป็นประจำ หรือถ้าจะให้ดีควรดื่มน้ำคั้นจากขึ้นฉ่ายสดในตอนเช้า เพื่อช่วยควบคุมระดับแรงดันเลือดให้คงที่ ในขึ้นฉ่ายยังประกอบไปด้วยสารต้านการเกิดมะเร็ง และสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในคนที่สูบบุหรี่หรือผู้ที่ได้รับควัน บุหรี่ด้วย
แครอท
เต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบตาแคโรทีน ( Alpha and Beta-carotene ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิตามินเอ และถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยมช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษใน สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาท สายตา ผิวหนัง ที่ต้องสัมผัสแสงแดดเป็นประจำ และจากการวิจัยพบว่าสารในแครอตช่วยลดการเกิดมะเร็ง และช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจและหัวใจแข็งแรงขึ้น
มะเขือพวง
คนไทยนิยมใส่มะเขือพวงในอาหารประเภท ผัดเผ็ด แกงป่า แกงกะทิ และน้ำพริก สมัยก่อนแกงกะทิเช่นแกงไก่ใส่มะเขือพวงเต็มไปด้วย ใส่ไก่น้อยเน้นการกินมะเขือเป็นหลักแต่ปัจจุบันกลับตรงกันข้าม แกงไก่มักใส่ไก่มากกว่ามะเขือ และคนก็เลือกกินแต่ไก่ จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันมีรูปร่างอ้วนกว่าคนสมัยก่อน
มะเขือพวงเป็นผักที่เต็มไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งสามารถช่วยดูดซึมไขมันในอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยจับไขมันอิ่มตัว (ไขมันอันตราย) และขับออกจากร่างกายโดยระบบขับถ่าย ทั้งยังมีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากระบบทางเดินอาหารได้เร็วขึ้นและลดการสะสมของเสีย
ส้มโอ
เพราะเป็นผลไม้รสชาติดีจึงได้รับความนิยมในอาหารมื้อเช้าของชาวตะวันตก สารเพกตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ประเภทหนึ่งในเกรปฟรุต สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ก่อนที่จะจับตัวเป็นก้อนและขวางทางเดินในหลอดเลือด
นอกจากนี้เพกตินยังสามารถช่วยป้องกันไม่ให้โลหะหนักเหล่านี้ทำอันตรายต่อ ร่างกาย ส่วนเกรปฟรุตช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมะเร็งกระเพราะอาหารและมะเร็งตับอ่อน สารต้านอนุมูลอิสระในเกรปฟรุตช่วยปกป้องสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
กระเทียม
จากหลายการศึกษาให้ผลตรงกันถึงคุณสมบัติของกระเทียมในการทำความสะอาดร่างกาย นั่นคือ การกินกระเทียมเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ขับและฆ่าพยาธิในทางเดินอาหาร และฆ่าเชื้อไวรัส โดยเฉพาะทำความสะอาดเลือดและระบบลำไส้ ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นและลดแรงดันโลหิต
นอกจากนี้ยังต่อต้านการเกิดมะเร็งและทำให้ระบบทางเดินหายใจดีขึ้น แต่ก็ควรระวังเรื่องการกินกระเทียมมากเกินไป ซึ่งก่อให้เกิดลมหายใจที่มีกลิ่นกระเทียมไปด้วย
บลูเบอร์รี่
เป็นผลไม้ที่มีค่าแอนติออกซิแดนต์สูงมากชนิดหนึ่งและถือเป็นหนึ่งในสุดยอด อาหารรักษาโรค เนื่องจากในบลูเบอร์รี่มีสารแอสไพรินตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดการระคายเคือง สารที่มีในบลูเบอร์รี่สามารถเข้าไปขัดขวางแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้ลดการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
กระหล่ำ
เต็มไปด้วยสารต่อต้านมะเร็งและอนุมูลอิสระ ( Antioxidant ) และช่วยตับขับฮอร์โมนที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นฮอร์โมนความเครียดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทั้งยังช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร รักษาและปกป้องกระเพราะอาหารจากแบคทีเรียและไวรัสต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ ได้แก่ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี และกะหล่ำปม ผักเหล่านี้ช่วยทำความสะอาดร่างกายและช่วยกำจัดของเสียจากสิ่งแวดล้อม เช่น ของเสียจากควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย และช่วยให้ตับผลิตเอนไซม์ออกมาให้เพียงพอในการกำจัดของเสีย
บีทรูต
ผักสีแดงที่นิยมใส่ในสลัดนี้นับเป็นผักมหัศจรรย์ซึ่งเประกอบไปด้วยไฟโรเคมี คอล ( Phytochemical ) วิตามินและเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งทำให้บีตรูตมีคุณสมบัติต่อต้านชื้อโรค ทำความสะอาดเลือด ตับและระบบน้ำเหลือง อีกทั้งมีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายรับออกซิเจนได้มากขึ้น จึงช่วยกำจัดของเสียได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจากกการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าบีตรูตช่วยปรับระดับกรด-ด่างในเลือด ให้สมดุลด้วย
อะโวคาโด้
อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ปัจจุบันเราก็สามารถหาซื้ออะโวคาโดได้จากตลาดทั่วไป ในอะโวคาโดมีสารกลูตาไทโอน(Glutathione ) ที่สามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลและป้องกันหลอดเลือดอุดตัน ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ทั้งช่วยจับสารพิษที่เป็นตัวก่อให้เกิดมะเร็งกว่า 30 ชนิด และขณะเดียวกันก็ช่วยให้ตับกำจัดของเสียจำพวกสารเคมีและโลหะหนัก ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ( University of Michigan ) พบว่าผู้สูงอายุซึ่งกินอาหารที่มีสารกลูตาไทโอนสูงจะมีสุขภาพดีกว่าคนที่ไม่ ได้กิน และมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์
ตำลึง
ผักใบเขียวที่ขึ้นข้างรั้วหาง่าย และราคาไม่แพงนี้ ในสมัยก่อนเรามักนำมาทำแกงจืดตำลึงโดยใสเนื้อสัตว์น้อยๆ แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่าแกงจืดตำลึงจะมีตำลึงอยู่ไม่กี่ใบ และมีหมูสับเต็มไปหมด ซึ่งตำลึงมีคุณสมบัติ ช่วยผลิตน้ำดีที่จะทำให้ลำไส้ขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้สารที่มีอยู่ในตำลึงยังช่วยให้ตับสลายไขมันในร่างกายด้วย
แอ๊ปเปิ้ล
ประกอบไปด้วยเพกตินสูง เพกตินเป็นไฟเบอร์ชนิดหนึ่งที่ช่วยจับคอเลสเตอรอลและโลหะหนักในร่างกายที่ ปะปนมากับอาหาร เช่น ปรอท ตะกั่ว ซึ่งทำลายเซลล์สมอง นี่คือเหตุผลที่เราควรจะกินแอปเบิลเพื่อล้างสารพิษออกจากร่างกาย
นอกจากนี้ยังมีคุณประโยชน์ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส จากการศึกษาทดลองยังพบว่าแอปเปิลช่วยขับสารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งก่อให้เกิดอาการแพ้ในเด็ก และทำให้เกิดไมเกรนในผู้ใหญ่ได้
อัลมอนด์
เป็นถั่วที่มีใยอาหารสูง มีแคลเซียมและโปรตีนที่ดีต่อร่างกาย แม้จะมีไขมัน แต่ก็เป็นไขมันที่ดีและจำเป็นต่อร่างกายในระหว่างที่เราทำการล้างพิษจึงควร กินอัลมอนด์ นอกจากนี้อัลมอนด์ยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
ซึ่งถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะเกิดอาการไฮเปอร์ไกลซีเมีย ( Hyperglycemia ) ทำให้รู้สึกหิวน้ำมากกว่าปกติ หายใจไม่ออก ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหากน้ำตาลในเลือดต่ำที่เรียกว่า ไฮโปไกลซีเมีย( Hypoglycemia )จะทำให้เกิดอาการหน้ามืด เป็นลม ใจสั่น ไม่มีแรง คิดอะไรไม่ออก
กล้วย
มีคุณสมบัติในการบำรุงและสร้างความแข็งแรงแก่กระเพาะอาหาร ในขณะเดียวกันก็ให้เกลือแร่ที่จำเป็นแก่ร่างกาย เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมช่วยควบคุมระดับของเหลวในร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายโดยช่วยขับของเหลว หรือสารพิษส่วนเกินออกจากร่างกายได้ดีขึ้น การกินกล้วยเป็นประจำยังช่วยป้องกันท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติอีกด้วย

วันเสาร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เรื่องรำพัน..ฝันหวาน :
ความสุขเล็กๆ ใหญ่ๆ

           เด็กหญิงชาวจีนที่ผูกพันอยู่กับก๋ง  เวลาว่างระหว่างวันคอยดูแลให้ความสุขสบายในเรื่องเล็กน้อยเช่น เล็มหนวด ตัดเล็บมือเล็บเท้า บีบสิวเสี้ยน  ซักกางเกงที่ก๋งใส่ทีละหลายวัน  ซักจนสะอาดเอี่ยมอ่อง  เธอรู้สึกว่าอยากจะตัดผมเป็นด้วยขึ้นมา  เธอปรุงอาหารสุดฝีมือและถูกหลักโภชนาการ   พร้อมอยู่รอตอนก๋งพุ้ยข้าวกับกับข้าวเข้าปากเพื่อถามเป็นภาษาจีนว่า "อร่อยไหม" "เผ็ดไปไหม"  ก๋งซดน้ำแกงเลียงที่เธอตำพริกไทยเม็ดอาจจะเยอะไปนิด  น้ำแกงจึงเผ็ดพริกไทยแต่คงถูกปากเพราะซดได้คล่องคอ  เธอจะแปลงทุกอย่างที่เหลืออยู่ในตู้ของแห้งมาทำอะไรได้เป็นเรื่องเป็นราวเช่น เอามะยมเชื่อมที่เหลืออยู่ในถุงนิดหน่อยหรือบ๊วยดองมาทำเป็นน้ำมะยมหรือน้ำบ๊วยใส่น้ำแข็งให้อาก๋งได้สดชื่นยามบ่าย  ชีวิตเธอมีความสุขกับการทำอาหารให้ทั้งครอบครัวทานกันพร้อมหน้าพร้อมตาทุกมื้อ  อ้อ ! เพียงสิ่งเดียวที่รู้สึกทรมานใจในบางช่วงคือเวลาที่ต้องเริ่มทำอาหารเย็นมักจะเป็นเวลาเดียวกันกับหนังจืนช่องสามตอนเย็น
        ยามเย็นฤดูร้อนลมว่าวพัดเย็นเสียจนไม่อยากเข้าบ้าน  ก๋งกับหลานๆ จะนั่งตั้งวงฟังก๋งเล่าเรื่องเมืองจีน  เธอเริ่มโตเป็นสาวเวลาพ่อกับแม่ไม่อยู่ก็มีก๋งนี่ล่ะที่ขอสตางค์ได้เสมอและเท่าไรก็ได้  ก๋งถามว่าเอาไปซื้ออะไร หลานตอบว่าซื้อผ้าอนามัยเป็นภาษาไทยเพราะไม่รู้ว่าภาษาจีนเรียกว่าอะไร  ก๋งก็คงไม่รู้จักหรอกแต่ก็ให้เงินมา  เวลาผ่านไปหลานต้องจากบ้านไปเรียนต่อ ก๋งน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเป็นห่วง  วันนั้นหลานจึงได้รู้ว่าก๋งรักและซาบซึ้งใจกับสิ่งที่หลานทำด้วยความรู้สึกสนุกเสียมากกว่า  เธอก็อยากเอาใจเป็นการตอบแทนด้วยการเรียนภาษาจีน  เธอบรรจงหัดเขียนตัวหนังสือจีนและเอามาอวดก๋งตอนปิดเทอม  ก๋งพูดว่า "ต้องเขียนสวยขนาดนี้เลยหรือ"  ชุ่มชื่นหัวใจทั้งคุณปู่และคุณหลาน
          บ็อบ โฮป ดาราผู้มีอายุยืนถึงหนึ่งร้อยปี เคยกล่าวว่า "เมื่อรำลึกถึงความหลังปกติแล้ว เรามักจะพบว่าเรื่องธรรมดาสามัญที่สุดนั่นเองที่กลับทำให้เรามีความสุขที่สุด ไม่ใช่เหตุการณ์ยิ่งใหญ่ครั้งไหน ๆ หรอก"   จากประสบการณ์ส่วนตัวหลายครั้ง เพียงแค่นึกย้อนถึงเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้เรานั่งยิ้มแก้มปริหรือเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ ได้โดยไม่รู้ตัว  
         คุณแม่บ้านกำลังทำกับข้าวมีคุณลูกสาวนั่งเล่นอยู่ใกล้ ๆ คุณแม่ก็ออกปากใช้ให้คุณพ่อบ้านหยิบหอมแดงบ้างหอมใหญ่บ้างให้หน่อย  คุณพ่อบ้านก็ช่วยหยิบโดยไม่รอช้าพร้อมหอมแก้มคุณแม่บ้านเบา ๆ  "อ่ะ หอมเล็ก" และหอมแก้มฟอดใหญ่ "อ่ะ นี่หอมใหญ่"  แน่นอนสิ่งหนึ่งที่ผู้หญิงมักจะรอคอยคือ การบอกรัก  เพราะมันเป็นการสื่อสารที่ชัดเจนทำให้รู้สึกมั่นคง  แต่บ่อยครั้งที่เราลืมนึกถึงการทำให้รู้ว่ารักโดยไม่ได้เอ่ยปากบอกรัก  การกระทำที่เกิดขึ้นจากความใส่ใจ  การตั้งใจฟัง ตั้งใจมอง ตั้งใจจำและตั้งใจทำ
         สังคมน่าอยู่ด้วยความมีน้ำใจของคนรอบข้างผ่านการกระทำการช่วยเหลือที่น่ารักแม้เพียงเรื่องเล็กน้อยที่สุด  การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารักสามารถสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม  เรียกรอยยิ้มและความสุขได้เสมอเมื่อหวนคิดถึง  การเปิดประตูให้คนที่กำลังหิ้วของพะรุงพะรังเต็มสองมือ  ยิ้มแย้มทักทายแม้กับคนที่ไม่รู้จัก  หลีกทางให้ผู้ที่ถือของหนัก  การห่วงใยเพื่อนร่วมงานหรือคนที่เกี่ยวข้องด้วยด้วยความจริงใจไม่ใช่แค่มารยาทหรือจุดมุ่งหมายอื่นหรือภาพลักษณ์ตนเอง

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

อาหาร vs ฤดูร้อน

    เวลาอากาศร้อนเรามักอยากกินอาหารที่ไม่ข้นมันนัก  อาจจะใสๆ เย็นๆ เช่น ผลไม้เป็นส่วนใหญ่  ถือว่าคนเรากินตามสัญชาตญาณส่วนหนึ่งจนกลายเป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน  เป็นผลงานของบรรพบุรุษที่ได้รังสรรค์อาหารร้อยพันชนิดขึ้นมา  ที่ประทับใจเห็นจะเป็นข้าวสวยกับมะม่วงสุกที่ยายมักจัดให้กินตอนฉันขี่จักรยานไปหาในเวลากลางวันหรือบ่าย ๆ  บ้านฉันอยู่ห่างจากยายเพียงสองร้อยเมตรเห็นจะได้  ภาพใบหน้าใจดีของยายยังชัดเจนในความทรงจำ  ที่น่าทึ่งคือ ข้าวกับปลาแห้งแตงโม  สมัยนี้มีปลาป่นสำเร็จขาย  สมัยก่อนต้องเอาปลาช่อนแห้งมาปิ้งให้หอม ฉีกเนื้อมาตำให้ป่นแล้วคั่วกับน้ำมันจนเหลืองแล้วจึงผสมกับหอมแดงเจียวเหลืองกรอบและน้ำตาล  รับประทานกับข้าวสวยไม่ต้องอุ่นร้อนและแตงโมแช่เย็นหั่นชิ้น  เป็นอาหารกลางวันมื้อหนึ่งที่สมบูรณ์แบบในวันอากาศร้อนบ้านเรา
  ฉันมักไม่เจริญอาหารนักในฤดูนี้  เวลาปกติก็กินเนื้อสัตว์ไม่มากอะไร  โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนจัด ฉันเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตที่กินเพียงผักและผลไม้  ต้มจืดผักกาดดองและอาหารจานสับปรดยังรับได้เรื่อยๆ แม้ยามเบื่ออาหารมากๆ   เวลาเจอสับปรดเปรี้ยวแม่มักจะเอามาต้มกับน้ำใส่น้ำตาลหวานพอประมาณ กินเป็นกับข้าวอย่างหนึ่ง  โดยส่วนตัวฉันชมชอบอาหารที่ปรุงแบบชาวบ้านในชนบท หรืออาหารเรียบง่ายไม่ซับซ้อนอะไร
อากาศในฤดูร้อนบ้านเราร้อนจัด เราจำเป็นต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษโดยเฉพาะในเรื่องของอาหาร
การกินซึ่งควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่ก่อให้เกิดความร้อนในร่างกาย และไม่ทำให้เลือดลมเสียสมดุล 
อาหารที่จำเป็นก็คือผักและผลไม้สด รวมทั้งการกินโปรตีนจากสัตว์ปีก เช่น ไก่ โปรตีนจากไก่คล้ายกับ
โปรตีนในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะช่วยสร้างโปรตีนในร่างกายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ร่างกายยังย่อยธาตุเหล็ก
จากเนื้อสัตว์ได้ดีกว่าธาตุเหล็กจากพืช และโปรตีนจากไก่ยังมีวิตามินมากมายโดยเฉพาะกลุ่มวิตามินบี 
เช่น วิตามิน 1 ซึ่งจำเป็นสำหรับสมอง วิตามินบี 2 เพื่อเสริมสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน มีวิตามินบี 6 บี 12 สูง 
และมีในอาชิน ไก่เป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินที่ให้พลังงานน้อยแต่มีสารอาหารสูง ที่สำคัญคือ ควรเลือก
ไก่ที่ปราศจากสารเร่งการเจริญเติบโตจะดีที่สุด  
ตามหลักการแพทย์แผนจีน แนะนำให้กินอาหารที่ให้ความเย็นแก่ร่างกาย เช่น มะเขือเทศ แตงกวา 
เต้าหู้ ข้าวโพด ผักโขม กีวี หรือแตงโม เต้าหู้เหมาะกับอากาศร้อนและย่อยง่าย เช่น แกงจืดเต้าหู้ และ
เหยาะน้ำมันงาลงไปเล็กน้อย มันจะช่วยคลายความร้อนให้ร่างกายและช่วยในการซ่อมแซมร่างกาย  
สมุนไพรที่เหมาะกับหน้าร้อนก็คือสะระแหน่ เนื่องจากสะระแหนให้ความเย็นแก่ร่างกาย จึงจัดเป็นสมุน
ไพรเย็น  
อาหารที่ควรเลี่ยง เช่น ขิง กระเทียม เนื้อวัว ส้ม มะพร้าว ลิ้นจี่ ต้นหอม หรือหัวหอมใหญ่ เพราะจะ
ทำให้ร่างกายเสียสมดุลและเกิดการเจ็บป่วย ขิงจัดเป็นสมุนไพรร้อนเพราะจะทำให้ร่างกายร้อน ซึ่งเหมาะ
ที่จะกินในฤดูหนาวมากกว่า  
 นิสัยเรื่องมากเรื่องกินทำให้เกิดปัญหาสุขภาพกระดูกก่อนวัยอันควรกับฉัน  หมอพบว่ามีกระดูกบางส่วนเริ่มเสื่อม  ฉันโตมากับครอบครัวคนจีน  ชีวิตวัยเด็กไม่ได้รับประทานผักสดน้ำพริกบ่อยนัก ครอบครัว เรามักจะเอาผักมาผัดมากกว่า  หมูก็มักจะมีมันติดพอสมควรเพื่อไม่ให้แข็งกระด้าง  เกิดอะไรขึ้นไม่ทราบได้ฉันไม่ยอมกินมันหมูแม้แต่น้อย  ทำให้ปริมาณอาหารโดยรวมที่ได้น้อยเกินไป  พอเริ่มวัยรุ่นก็กลัวอ้วนขึ้นมาอีก  นี่เป็นการประมวลย้อนหลังของฉันเองหลังพบปัญหา
บางช่วงได้เข้าใกล้วัฒนธรรมญี่ปุ่นหน่อยก็เป็นขาประจำร้านหนึ่งในซอยแคบ ๆ กลางเมืองเชียงใหม่ ชื่อร้าน ‘Kitchen Hut’  จากที่เป็นร้านเพียงห้องเดียวในคอนโดแห่งหนึ่งกลายเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่พอสมควร  ฉันประทับใจในการแบ่งส่วนพื้นที่ใช้สอยและทิศทางแสงที่ส่องเข้ามาในร้านในวันที่ไป  ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญของทิศทางแสงในฤดูนั้นที่ส่องเข้ามาตำแหน่งช่องกระจกเหนือบานหน้าต่างพอดีหรือไม่  แต่มันช่างเหมาะเจาะสวยงามมาก  ทำให้อาหารกลางวันมื้อนั้นกับพ่อครัวชาวจีนที่เคยร่วมงานกันในต่างประเทศเป็นอะไรที่มีความสุขในมุมมองและความรู้สึกของฉัน  จำได้ว่าฉันติดใจอาหารจานที่หน้าตาเรียบง่ายไม่ได้สวยงามอะไร  ถ้าเดาไม่ผิดเหมือนเป็นรากบัวหรือไหลบัวหั่นแบบสไลซ์ชิ้นยาวพอดีคำผัดกับเพียงซอสญี่ปุ่นหรือซีอิ๊วขาวเท่านั้น  เสิร์ฟมาในถ้วยขนาดกลางค่อนข้างเล็ก  ฉันสั่งเพิ่มอีกที่หนึ่ง  จริงๆ แล้วอยากสั่งเพิ่มอีกเพียงแต่เกรงใจ ‘แจ็ค’ ผู้ที่ร่วมโต๊ะด้วย  ปกติอาหารแบบนั้นฉันสามารถกินเล่นได้เปล่าๆ เป็นจานโดยไม่ต้องมีข้าว  เป็นอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ (เมนูโลว์คาร์บของดาราฮอลิวูดนิยมกัน)
ความทรงจำอันสวยงามในฤดูร้อนอีกอย่างที่อดนึกถึงไม่ได้คือ  ระหว่างทางเวลาขับรถต้นไม้ใหญ่หลายชนิดจะออกดอกบานสะพรั่งซึ่งทำให้ดูพร่างพราวประดับริมถนนเป็นแนวยาวสวยงามมาก  ให้ความสุขในฤดูอากาศร้อนๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น ราชพฤกษ์(คูน) กัลปพฤกษ์ พญาเสือโคร่ง  และตะแบก

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2554

เรื่องรำพัน...ฝันหวาน : 
ขนมหวานกับความสุข

             มีอาหารจานไหนบ้างขณะที่เรารับประทานแล้วรู้สึกมีความสุขล้นเหมือนสวรรค์อยู่ตรงหน้า  รู้สึกมีความสุขที่สุด  รู้สึกเหมือนอยู่ในห้วงรัก  ไม่ใช่สิ... ห้วงรักมักมีทั้งสุขและทุกข์เสมอ   สำหรับฉัน ทีรามิสุ เป็นอันดับต้น ๆ ของความสุขชนิดนี้  เรียกอีกอย่างว่า ทัสคาน ทรัยเฟิ้ล(Tuscan Trifle)  เป็นของหวานรสชาติเยี่ยมติดลิ้นผู้ลิ้มลองไม่รู้ลืม  บางคนว่าเพิ่งมีขนมชนิดนี้เมื่อสิบกว่าปีมานี้  บางคนว่าเกิดขึ้นที่เมืองเซียน่า(Siena) แคว้นทัสคานี(Tuscany) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี่  แทบจะทุกคนที่ยังไม่รู้ประวัติมักคิดว่าเป็นภาษาและขนมญี่ปุ่น  
            ‘Tiramisu’ เป็นภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า “pick me up = เลือกฉันสิ”  เป็นของหวานที่ขึ้นชื่อมากของชาวอิตาเลี่ยนที่ต้องมีไว้ตบท้ายมื้ออาหารในร้านดีๆ  ทีรามิสุเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานเพราะส่วนประกอบหลักคือ ไข่ เลดี้ฟิงเกอร์บิสกิตหรือเค้กสปอนจ์ น้ำตาล กาแฟดำเข้มข้น ชีส และอิตาเลี่ยนลิเคียวร์  ปริมาณคาเฟอีนที่สูงทำให้ผู้ที่ได้ลองลิ้มชิมรสรู้สึกกระปรี้กระเปร่าบอกไม่ถูกไปเลย 
        เมื่อก่อนฉันจะทำรับประทานในครอบครัวในโอกาสพิเศษ หรือสำหรับคนพิเศษ  ด้วยความรู้สึกอร่อยวิเศษเหลือเกิน  กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นกับกลิ่นหอมของเหล้าลิเคียวร์ชุ่มอยู่ในชั้นเลดี้ฟิงเกอร์บิสกิต ความหวานกำลังดีละมุนลิ้นกลมกล่อม  คุณจะรู้สึกสุขล้นขณะละเลียดมันทีละคำ  ฉันสามารถให้อภัยตัวเองได้หากน้ำหนักตัวจะขยับขึ้นไปอีกนิดเพราะฉันไม่สามารถปฏิเสธขนมหวานชนิดนี้ได้

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

เรื่องกล้วยๆ



เชื่อไหมว่า กล้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยหอม เป็นผลไม้ที่มีกัมมันตรังสีโดยธรรมชาติ เพราะมีโปแตสเซียม-40ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง โปแตสเซียม-40เป็นไอโซโทปของโปแตสเซียมที่มีกัมมันตรังสี แต่ไม่ต้องกลัวว่ากินกล้วยแล้วจะเป็นมะเร็ง ปริมาณกัมมันตรังสีจากกล้วยมีน้อยกว่าจากน้ำแถวโรงไฟฟ้าญี่ปุ่น จึงไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แต่คงไม่ต้องบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้ากินกล้วยมากเกินไป


กล้วยเป็นผลไม้ที่คนอเมริกันกินมากที่สุดคือ เฉลี่ยเกือบ 12 กิโลกรัม ต่อคนต่อปี กล้วยที่ขายในอเมริกาส่วนใหญ่เ็ป็นกล้วยหอม ประเทศที่คนกินกล้วยมากที่สุดคือประเทศยูกันดา คนยูกันดากินกล้วยเฉลี่ย 226 กิโลต่อคนต่อปี


การกินกล้วยสามารถทำให้เราอารมณ์ดีขึ้น เนื่องจากกล้วยมีกรดอะมิโน ทริปโตฟานกับวิตามินบี6 ร่วมกันช่วยให้ร่างกายสร้างเซราโตนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยลดอาการซึมเศร้า (เป็นสารที่อยู่ในยา Prozac)


เทียบกับอาหารอย่างอื่น กรัมต่อกรัม กล้วยอาจจัดว่าเป็นอาหารที่มีคุณค่ามากในอันดับต้นๆ เพราะกล้วยแทบจะไม่มีไขมัน มีแคลอรีต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินบี6 เส้นใยอาหาร และโปแตสเซียม นอกจากนี้ยังมี ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แคลเซียม เหล็ก สังกะสี ไนอาซิน และ กรดแพนโทเธนิค อย.ของอเมริกากล่าวว่าการกินกล้วยช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจและมะเร็ง

ความรู้จาก
http://www.todayifoundout.com/index.php/2010/09/15-facts-you-probably-didnt-know-about-bananas/

ว่าด้วยเรื่องกล้วย ๆ แล้ว  ร้าน 132 ริเวอร์ไซด์มีพายกล้วยหอมสูตรพิเศษมาฝากค่ะ 
ใส่ทั้งดาร์คช็อคและไวท์ช็อค  ลองทำกันนะคะ


DOUBLE CHOCOLATE BANOFFEE PIE
ส่วนประกอบ
นมข้นหวาน  400 กรัม 2 กระป๋อง
ดาร์คช็อกโกแลต (ไม่หวาน)  175 กรัม
วิปครีม  600 กรัม
ไซรัป       1 ช้อนโต๊ะ
เนยสด    25 กรัม
ช็อกโกแลตขาว  150 กรัม
วานิลลา  1 ช้อนชา
กล้วยสุก  2-3  ผล
ช็อกโกแลตผงสำหรับแต่งหน้า
วิธีทำ
1. อุ่นเตาอบไว้ที่ 190 องศาเซลเซียส ล่วงหน้าประมาณ 10 นาทีก่อนอบ
2. ใส่นมข้นหวานลงกระทะเหล็กอย่างหนา  ตั้งไฟอ่อนจนเดือดโดยหมั่นคน  ให้เดือดปุด ๆ 3-5 นาที
    หรือจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง  ยกลงตั้งไว้ให้เย็น
3. นำบิสกิตหรือคุ๊กกี้มาบดหยาบ  ผสมกับขิงผง น้ำตาลและเนยเค็มละลาย  แล้วกดลงในพิมพ์ให้ด้านข้างสูงขึ้นมาพอประมาณ
    แช่เย็นไว้สักครู่
4. ละลายช็อกโกแลตกับวิปครีม 150 มล. ไซรัปและเนยด้วยความร้อนต่ำคอยคนจนเนียน  เทลงฐานพายแล้วแช่เย็นต่อสัก 1 ชม.
5. อุ่นวิปครีมอีก 150 มล. จนร้อนแล้วเติมช็อกโกแลตขาว  คนจนละลายหมดและเนื้อเนียนดี  เติมวานิลลาแล้วกรองใส่ชามตั้งไว้ให้       เย็น
6. คนนมข้นที่เย็นแล้ว อาจเติมวิปครีมที่เหลือบ้างหากหนืดเกิน  เทลงบนชั้นช็อกโกแลตแล้วใส่กล้วยหอมหั่นหนาประมาณครึ่งซม.
    บนชั้นถัดมาให้เสมอกัน
7. ตีวิปครีมที่เหลือจนตั้งยอดอ่อน  ตักส่วนผสมข้อ 5.ที่เย็นแล้ว 1 ช้อนลงคนก่อนแล้วจึงเติมที่เหลือทั้งหมดลงผสม  แล้วจึงเทลงบน
   ชั้นกล้วยเกลี่ยให้เรียบเสมอกันแล้วเข้าตู้เย็นไว้
8. ร่อนผงช็อกโกแลตให้ทั่วก่อนเสิร์ฟ
** จากประสบการณ์  ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพียง 1-3 วัน
ขอบคุณสูตรอร๊อยอร่อยจาก Step-by-Step cakes & desserts from Ms.Sopa Tatun, Imagelease Co.,Ltd.

ขอต้อนรับคุณ Frank Yeomans

Welcome Frank Yeomans from Perth, Western Australia, who is visiting Thailand for two weeks.

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

กิจกรรม:Portrait with Coach #1 - 13 มีนาคม 2554

ผ่านไปแล้วกับกิจกรรมกิจกรรมถ่ายภาพ Portrait with coach เป็นครั้งแรก
ของ ThaiDphoto.com

โดยจัดขึ้นที่ร้าน 132 Riverside ของเราค่ะ


สามารถดูรูปต่างๆในงานได้ที่นี่ค่่ะ

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

โมกบานสะพรั่งหอมชื่นใจ - Sacred Buddhist, Water Jasmine, ... wonderful names

ช่วงนี้ต้นโมกที่ร้านกำลังออกดอกบานสะพรั้งทุกต้น หอมตลบชื่นใจ เชิญท่านไปรับประทานอาหารที่ร้านรับการต้อนรับจากดอกโมกของเรา


โมก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Wrightia religiosa Benth.) เป็นดอกไม้ มีลักษณะดอกเป็นช่อสีขาว มี 3-5 กลีบ ใบมีขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เนื้อใบบางรูปรี หรือรูปหอกกว้าง 0.8-2.0 ทำการขยายพันธุ์โดยการปักชำ หรือ เพาะเมล็ด...คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิด ความสุขความ บริสุทธิ์เพราะโมกหรือโมกขหมายถึงผู้ที่หลุดพ้นด้วยทุกข์ทั้งปวง สำหรับส่วนของดอกก็มีลักษณะ สีขาว สะอาด มีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดวัน นอกจากนี้ยังช่วยคุ้มครองปกป้องภัยอันตรายเพราะต้นโมกบางคนเรียกว่าต้น พุทธรักษาดังนั้นเชื่อว่าต้นโมกสามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยทั้งปวงจากภาย นอกได้เช่นกัน และยังเชื่ออีกว่าส่วนของเปลือกต้นโมกสามารถใช้ป้องกันอิทธิฤทธิ์ของพิษ สัตว์ต่างๆ ได้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์
    จากวิกิพีเดีย: http://th.wikipedia.org/wiki/โมก
Wrightia religiosa, Echites religiosa
From  http://toptropicals.com/cgi-bin/garden_catalog/cat.cgi?uid=Wrightia_religiosa
Family: Apocynaceae
Sacred Buddhist, Wondrous Wrightia, Wild Water Plum, Water Jasmine
Origin: Thailand, Vietnam
Can be used for bonsailarge shrub 5-10 ftsmall tree 10-20 ftsmall shrub 2-5 ftfull sunsemi-shaderegular waterwhite/off-white flowersfragrantethnomedicalattracts butterflies, hummingbirdsFlood tolerantSeaside, salt tolerant plantincuded in CD catalog
This is one of the most beautiful, exciting and useful plants among fragrant tropicals. A very fragrant, enchanting shrub, flowers are fruity scented, pendant, are born along its twiggy branches. Foliage is thin and slightly hairy, it can flower almost all year, easy to prune for shape and size. It is widely planted near and around temples and homes for its stunning fragrance. Prefers well draining soil, partial to full sun. A truly remarkable site! It has always been a popular ornamental tree in temples and houses. In Thailand, it is probably the most popular plant, you can see it everywhere along the streets planted in ground as a specimen, a hedge or potted, it belongs to every garden! This plant is sacred among Buddists. Fruits are paired pods, 9" long. Wrightia is easy to maintain and requires minimum supervision but needs constant watering only. Wrightia is cold sensitive and becomes deciduous under 65F, it might look ugly in winter in cooler zones (hardy to zone 9). In warm subtropical and tropical climates it stays evergreen and blooms year round. Because of its fast growth rate Wrightia can be trained into a bonsai tree within a short period of time. It can be easily trained and wired into odd and weird shapes. Traditionally used as medicinal herb. Roots are used to cure skin disease. There are many varieties and cultivars of wrightia.

    25 กุมภาพันธ์ 2554, 23:56

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

132 Riverside Cafe &  Restaurant
ขอต้อนรับสู่บล็อก 132 ริเวอร์ไซด์ค่ะ

        ร้านกาแฟเล็ก ๆ น่ารัก บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา แมกไม้เขียวขจีระหว่างทางเดินไปสู่ศาลาริมน้ำ  บริการกาแฟสดหอมกรุ่นรับประกันคุณภาพจากเชียงราย  เบเกอรี่โฮมเมดหน้าตาเรียบง่าย  หากแต่อร่อยและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ขั้นตอนโฮมเมดเลี่ยงไขมันทรานส์ซึ่งไม่ทำลายสุขภาพคุณ   อาหารกลางวันประเภทอาหารจานเดียว
       
     "เพราะเราใส่ใจสุขภาพของทุกคน เราจึงใส่ใจคุณภาพอาหาร ความสะอาดและปลอดผงชูรส"



Welcome to 132 riverside blog
        Just outside Bangkok, a new lovely cafe and restaurant on Chaopraya river bank, just about 300 metres from Piboonsong- kram road Soi 15, 132 Riverside is an oasis in the city where you will enjoy the atmosphere of Chaopraya river breeze and a green lush garden. 
          Come and enjoy cups of nice coffee, brunch, individual dishes for lunch, lower trans-fat bakery, cakes and desserts. We guarantee our quality at its reasonable price !
Tips/เกร็ดความรู้

  Trans-fat



กรดไขมันทรานส์



กรดไขมันทรานส์
นันทยา  จงใจเทศ
ไขมันทรานส์คืออะไร
กรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty acid ) หรือไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่โครงสร้างบริเวณพันธะคู่แตกต่างไปจากเดิม   กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในธรรมชาติมีโครงสร้างแบบ cis-form คือการจัดเรียงตัวของไฮโดรเจนที่พันธะอยู่ด้านเดียวกัน  แต่เมื่อถูกเปลี่ยนเป็น trans-form จะมีการจัดเรียงตัวของไฮโดรเจนที่พันธะคู่อยู่ด้านตรงข้ามกัน
สาเหตุการเกิดไขมันทรานส์ 
ไขมันทรานส์มีทั้งในธรรมชาติและจากกระบวนการผลิตอาหาร คือ
1.   กรดไขมันทรานส์ที่พบในธรรมชาติอยู่ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง  เช่นวัว  ควาย   เนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีเอนไซม์ isomerase  ที่ไปทำปฏิกิริยากับกรดไขมันไม่อิ่มตัว  ทำให้เปลี่ยนจาก  cis-form เป็น trans-form
2.   กระบวนการเติมไฮโดรเจน (Partial hydrogenation) ลงในน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง  ทำให้น้ำมันที่อยู่ในสภาพของเหลวเปลี่ยนเป็นไขมันที่มีสภาพแข็งขึ้นหรือเป็นของกึ่งเหลว  พบในอุตสาหกรรมเนยเทียม (margarine) หรือเนยขาว (shortening)

ผลของไขมันทรานส์ต่อสุขภาพ
จากการศึกษาวิจัยพบว่ากรดไขมันทรานส์ให้ผลร้ายเช่นเดียวกับกรดไขมันอิ่มตัว  เนื่องจากกรดไขมันทรานส์ไปส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ cholesterol  acyltranferase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในการเมตาบอลิซึมของคอเลสเตอรอล   ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol )และคอเลสเตอรอลตัวไม่ดี ( LDL- cholesterol) เพิ่มขึ้น  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ( Coronary heart disease )
ประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายในประเทศทั้งหมดระบุปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากโภชนาการ  ในประเทศแคนาดามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่12 ธันวาคม 2548  ในสหรัฐอเมริกามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2549
แหล่งอาหารที่มีไขมันทรานส์
อาหารที่พบว่ามีกรดไขมันทรานส์ คือ ขนมอบหรือเบเกอรีที่มีมาการีนเป็นส่วนประกอบ  นอกจากนี้พบใน ครีมเทียม  อาหารอบ  อาหารทอด และอาหารที่ระบุว่ามีการติมไฮโดรเจนลงในไขมั

ประโยชน์และโทษของยีสต์
ยีสต์ อุดมด้วยวิตามินช่วยต้านมะเร็ง

     ขนมปังเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก  ด้วยมีรสชาติที่อร่อย ถูกปากและมีหลากหลายให้เลือกรับประทานเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกายมีแรงเคลื่อนไหว  และที่น่าสนใจคือ มีผลวิจัยยืนยันว่า "ยีสต์" ซึ่งเป็นส่วนผสมของขนมปังมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย  รวมทั้งยังช่วยป้องกันมะเร็งไ้ด้ดีอีกด้วย
     ปัจจุบันยีสต์ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามการใช้ประโยชน์คือ
เบเกอร์ยีสต์(Baker yeast) หรือที่เราเรียกว่า ยีสต์ขนมปัง  ใส่แล้วทำให้ขนมปังขึ้นฟู  เนื่องจากยีสต์ประเภทนี้ใช้น้ำตาลในแป้งขนมปังเป็นอาหารและหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป  และคายก๊าซคาร์บอนไดออก ไซด์ออกมา  และเมื่อเราเอาแป้งไปอบ ก๊าซที่ยีสต์คายออกมาก็ผุดขึ้นมาระหว่างเนื้อขนมปัง  ทำให้เกิดรูพรุนในขนมปังนั่นเอง  ยีสต์ในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าแอลกอฮอล์และทนแอลกอฮอล์ต่ำ
     บริวเวอร์ยีสต์  (Brewer yeast) เป็นยีสต์ที่นำมาหมักทำเบียร์ ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ  การทำงานของยีสต์กลุ่มนี้คือ เมื่ออยู่ในสภาพที่มีออกซิเจนน้อย ๆ ก็จะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์หรือโดย ยีสต์ในกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการสร้างแอลกอฮอล์และทนแอลกอฮอล์สูง  แต่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อย
     ประมวล  ทรายทอง  นักวิจัยจากฝ่ายจุลชีววิทยาประยุกต์  สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงยีสต์และให้ความรู้เพิ่มเติมว่า  จากการศึกษาค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์และสารอาหารของยีสต์ พบว่า  ในยีสต์มีโปรตีนสูงถึง 50% เป็นแหล่งโปรตีนที่สมบูรณ์แบบ มีกรดอะมิโนแอซิดเกือบทุึกชนิดในปริมาณที่สมดุลย์  มีวิตามินบีทุกชนิดและมีโครเมียมซึ่งเป็นตัวประกอบ สำคัญของสารอาหารที่เพิ่งค้นพบใหม่ ช่วยให้พลังงานในร่างกายคงที่อยู่เสมอ  ลดอาการเป็นลมหน้ามืด  ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดได้  ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด  และจากการรายงานทางการวิจัยพบว่า ในยีสต์มีธาตุเซเลเนียมซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันมะเร็งได้ถึง 10 ชนิดเช่น มะเร็งเต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่ ฯลฯ
     นอกจากนี้ในยีสต์ยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียมและโพแทสเซียม  ปัจจุบันมีการใช้ยีสต์ผลิตราโรทีนอยส์และบีตา-คาโรทีนอยด์ ที่เป็นวัตถุสำคัญเนื่องจากมนุษย์และสัตว์ไม่สามารถสร้างได้เอง  ต้องรับมาจากภาย นอกเท่านั้น  มีประโยชน์ในการต่อต้านมะเร็งหลายชนิดและโรคอื่น ๆ  โดยเมื่อเปรียบเทียบยีสต์กับข้าวสาลี ซึ่งเป็นอาหารที่ให้วิตามินบีสูง  พบว่ายีสต์มีวิตามินบี 1 มากกว่าึถึง 10 เท่า วิตามินบี 2 มากกว่า 8 เท่าและมีวิตามินบี 3 มากกว่า่ 10 เท่า โดยทุักส่วนของร่างกายมนุษย์ เช่น โลหิต ข้อต่าง ๆ ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ประสาท ล้วนแต่ต้องการวิตามินบีทั้งสิ้น  หากเปรียบเทียบยีสต์กับเนยถั่วพบกว่า ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะมีไขมันเพียง 1 ใน 8 ของไขมันในเนยถั่ว  ดังนั้น ถ้าจะรับประทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพขอแนะนำให้รับประทานยีสต์ผงที่สามารถนำมาโรยบนอาหารอะไรก็ได้หรือจะคลุกกับเนื้อทอดก็อร่อยเช่นกัน
     ด้านโทษของยีสต์นั้น บางชนิดอาจทำให้เกิดการเน่าเสียของอาหาร เช่น ฟิล์มยีสต์ ซึ่งจะเจริญบนผิว หน้าอาหารจำพวกผักและผลไม้ดอง  ยีสต์บางชนิดทำให้ไวน์มีกลิ่นไม่ดีและผลิตแอลกอฮอล์ต่ำ  และบาง ชนิดเจริญเป็นฝ้าบนอาหารที่มีความเค็มสูง เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม  นอกจากนี้ยีสต์บางชนิดทำให้เกิดโรค กับคนและสัตว์  แต่ส่วนใหญ่การเกิดโรคจากยีสต์มักมีความรุนแรงน้อยกว่าแบคทีเรียหรือไวรัส  แต่ยีสต์มัก จะฉวยโอกาสเมื่อร่างกายเราอ่อนแอ
     สนใจประโยชน์จากยีสต์ อาจเลือกรับประทานขนมปังชนิดต่าง ๆ เพิ่มขึ้น  หรือหากใครจะซื้อยีสต์ขนมปังมารับประทานโดยนำมาโรยบนอาหารก็ได้คุณประโยชน์มากมายไม่แพ้กัน

ที่มา : ศูนย์สารนิเทศทางอาหาร
 
Plantilla Minima modificada por Urworstenemy