Come and enjoy lovely coffee shop and restaurant with great breeze of Chao Phraya River plus lush green garden,near Rama V bridge and Nonthaburi Pier ร้านกาแฟ เบเกอรี่ อาหารกลางวัน ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานพระราม5 และท่าน้ำนนท์ บรรยากาศสไตล์บ้านสวน ชมวิวรับลมแม่น้ำ

วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

โมกบานสะพรั่งหอมชื่นใจ - Sacred Buddhist, Water Jasmine, ... wonderful names

ช่วงนี้ต้นโมกที่ร้านกำลังออกดอกบานสะพรั้งทุกต้น หอมตลบชื่นใจ เชิญท่านไปรับประทานอาหารที่ร้านรับการต้อนรับจากดอกโมกของเรา


โมก (ชื่อวิทยาศาสตร์: Wrightia religiosa Benth.) เป็นดอกไม้ มีลักษณะดอกเป็นช่อสีขาว มี 3-5 กลีบ ใบมีขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เนื้อใบบางรูปรี หรือรูปหอกกว้าง 0.8-2.0 ทำการขยายพันธุ์โดยการปักชำ หรือ เพาะเมล็ด...คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิด ความสุขความ บริสุทธิ์เพราะโมกหรือโมกขหมายถึงผู้ที่หลุดพ้นด้วยทุกข์ทั้งปวง สำหรับส่วนของดอกก็มีลักษณะ สีขาว สะอาด มีกลิ่นหอมสดชื่นตลอดวัน นอกจากนี้ยังช่วยคุ้มครองปกป้องภัยอันตรายเพราะต้นโมกบางคนเรียกว่าต้น พุทธรักษาดังนั้นเชื่อว่าต้นโมกสามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยทั้งปวงจากภาย นอกได้เช่นกัน และยังเชื่ออีกว่าส่วนของเปลือกต้นโมกสามารถใช้ป้องกันอิทธิฤทธิ์ของพิษ สัตว์ต่างๆ ได้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์
    จากวิกิพีเดีย: http://th.wikipedia.org/wiki/โมก
Wrightia religiosa, Echites religiosa
From  http://toptropicals.com/cgi-bin/garden_catalog/cat.cgi?uid=Wrightia_religiosa
Family: Apocynaceae
Sacred Buddhist, Wondrous Wrightia, Wild Water Plum, Water Jasmine
Origin: Thailand, Vietnam
Can be used for bonsailarge shrub 5-10 ftsmall tree 10-20 ftsmall shrub 2-5 ftfull sunsemi-shaderegular waterwhite/off-white flowersfragrantethnomedicalattracts butterflies, hummingbirdsFlood tolerantSeaside, salt tolerant plantincuded in CD catalog
This is one of the most beautiful, exciting and useful plants among fragrant tropicals. A very fragrant, enchanting shrub, flowers are fruity scented, pendant, are born along its twiggy branches. Foliage is thin and slightly hairy, it can flower almost all year, easy to prune for shape and size. It is widely planted near and around temples and homes for its stunning fragrance. Prefers well draining soil, partial to full sun. A truly remarkable site! It has always been a popular ornamental tree in temples and houses. In Thailand, it is probably the most popular plant, you can see it everywhere along the streets planted in ground as a specimen, a hedge or potted, it belongs to every garden! This plant is sacred among Buddists. Fruits are paired pods, 9" long. Wrightia is easy to maintain and requires minimum supervision but needs constant watering only. Wrightia is cold sensitive and becomes deciduous under 65F, it might look ugly in winter in cooler zones (hardy to zone 9). In warm subtropical and tropical climates it stays evergreen and blooms year round. Because of its fast growth rate Wrightia can be trained into a bonsai tree within a short period of time. It can be easily trained and wired into odd and weird shapes. Traditionally used as medicinal herb. Roots are used to cure skin disease. There are many varieties and cultivars of wrightia.

    25 กุมภาพันธ์ 2554, 23:56

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

132 Riverside Cafe &  Restaurant
ขอต้อนรับสู่บล็อก 132 ริเวอร์ไซด์ค่ะ

        ร้านกาแฟเล็ก ๆ น่ารัก บรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา แมกไม้เขียวขจีระหว่างทางเดินไปสู่ศาลาริมน้ำ  บริการกาแฟสดหอมกรุ่นรับประกันคุณภาพจากเชียงราย  เบเกอรี่โฮมเมดหน้าตาเรียบง่าย  หากแต่อร่อยและเต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ขั้นตอนโฮมเมดเลี่ยงไขมันทรานส์ซึ่งไม่ทำลายสุขภาพคุณ   อาหารกลางวันประเภทอาหารจานเดียว
       
     "เพราะเราใส่ใจสุขภาพของทุกคน เราจึงใส่ใจคุณภาพอาหาร ความสะอาดและปลอดผงชูรส"



Welcome to 132 riverside blog
        Just outside Bangkok, a new lovely cafe and restaurant on Chaopraya river bank, just about 300 metres from Piboonsong- kram road Soi 15, 132 Riverside is an oasis in the city where you will enjoy the atmosphere of Chaopraya river breeze and a green lush garden. 
          Come and enjoy cups of nice coffee, brunch, individual dishes for lunch, lower trans-fat bakery, cakes and desserts. We guarantee our quality at its reasonable price !
Tips/เกร็ดความรู้

  Trans-fat



กรดไขมันทรานส์



กรดไขมันทรานส์
นันทยา  จงใจเทศ
ไขมันทรานส์คืออะไร
กรดไขมันทรานส์ (Trans Fatty acid ) หรือไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่โครงสร้างบริเวณพันธะคู่แตกต่างไปจากเดิม   กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในธรรมชาติมีโครงสร้างแบบ cis-form คือการจัดเรียงตัวของไฮโดรเจนที่พันธะอยู่ด้านเดียวกัน  แต่เมื่อถูกเปลี่ยนเป็น trans-form จะมีการจัดเรียงตัวของไฮโดรเจนที่พันธะคู่อยู่ด้านตรงข้ามกัน
สาเหตุการเกิดไขมันทรานส์ 
ไขมันทรานส์มีทั้งในธรรมชาติและจากกระบวนการผลิตอาหาร คือ
1.   กรดไขมันทรานส์ที่พบในธรรมชาติอยู่ในสัตว์เคี้ยวเอื้อง  เช่นวัว  ควาย   เนื่องจากสัตว์เหล่านี้มีเอนไซม์ isomerase  ที่ไปทำปฏิกิริยากับกรดไขมันไม่อิ่มตัว  ทำให้เปลี่ยนจาก  cis-form เป็น trans-form
2.   กระบวนการเติมไฮโดรเจน (Partial hydrogenation) ลงในน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง  ทำให้น้ำมันที่อยู่ในสภาพของเหลวเปลี่ยนเป็นไขมันที่มีสภาพแข็งขึ้นหรือเป็นของกึ่งเหลว  พบในอุตสาหกรรมเนยเทียม (margarine) หรือเนยขาว (shortening)

ผลของไขมันทรานส์ต่อสุขภาพ
จากการศึกษาวิจัยพบว่ากรดไขมันทรานส์ให้ผลร้ายเช่นเดียวกับกรดไขมันอิ่มตัว  เนื่องจากกรดไขมันทรานส์ไปส่งเสริมการทำงานของเอนไซม์ cholesterol  acyltranferase ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในการเมตาบอลิซึมของคอเลสเตอรอล   ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol )และคอเลสเตอรอลตัวไม่ดี ( LDL- cholesterol) เพิ่มขึ้น  ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ( Coronary heart disease )
ประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาได้ออกประกาศให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่จำหน่ายในประเทศทั้งหมดระบุปริมาณไขมันทรานส์บนฉลากโภชนาการ  ในประเทศแคนาดามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่12 ธันวาคม 2548  ในสหรัฐอเมริกามีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2549
แหล่งอาหารที่มีไขมันทรานส์
อาหารที่พบว่ามีกรดไขมันทรานส์ คือ ขนมอบหรือเบเกอรีที่มีมาการีนเป็นส่วนประกอบ  นอกจากนี้พบใน ครีมเทียม  อาหารอบ  อาหารทอด และอาหารที่ระบุว่ามีการติมไฮโดรเจนลงในไขมั

ประโยชน์และโทษของยีสต์
ยีสต์ อุดมด้วยวิตามินช่วยต้านมะเร็ง

     ขนมปังเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมาก  ด้วยมีรสชาติที่อร่อย ถูกปากและมีหลากหลายให้เลือกรับประทานเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกายมีแรงเคลื่อนไหว  และที่น่าสนใจคือ มีผลวิจัยยืนยันว่า "ยีสต์" ซึ่งเป็นส่วนผสมของขนมปังมีสารอาหารที่มีประโยชน์มากมายต่อร่างกาย  รวมทั้งยังช่วยป้องกันมะเร็งไ้ด้ดีอีกด้วย
     ปัจจุบันยีสต์ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ตามการใช้ประโยชน์คือ
เบเกอร์ยีสต์(Baker yeast) หรือที่เราเรียกว่า ยีสต์ขนมปัง  ใส่แล้วทำให้ขนมปังขึ้นฟู  เนื่องจากยีสต์ประเภทนี้ใช้น้ำตาลในแป้งขนมปังเป็นอาหารและหายใจเอาออกซิเจนเข้าไป  และคายก๊าซคาร์บอนไดออก ไซด์ออกมา  และเมื่อเราเอาแป้งไปอบ ก๊าซที่ยีสต์คายออกมาก็ผุดขึ้นมาระหว่างเนื้อขนมปัง  ทำให้เกิดรูพรุนในขนมปังนั่นเอง  ยีสต์ในกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มากกว่าแอลกอฮอล์และทนแอลกอฮอล์ต่ำ
     บริวเวอร์ยีสต์  (Brewer yeast) เป็นยีสต์ที่นำมาหมักทำเบียร์ ไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อื่น ๆ  การทำงานของยีสต์กลุ่มนี้คือ เมื่ออยู่ในสภาพที่มีออกซิเจนน้อย ๆ ก็จะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์หรือโดย ยีสต์ในกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการสร้างแอลกอฮอล์และทนแอลกอฮอล์สูง  แต่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อย
     ประมวล  ทรายทอง  นักวิจัยจากฝ่ายจุลชีววิทยาประยุกต์  สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายถึงยีสต์และให้ความรู้เพิ่มเติมว่า  จากการศึกษาค้นคว้างานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์และสารอาหารของยีสต์ พบว่า  ในยีสต์มีโปรตีนสูงถึง 50% เป็นแหล่งโปรตีนที่สมบูรณ์แบบ มีกรดอะมิโนแอซิดเกือบทุึกชนิดในปริมาณที่สมดุลย์  มีวิตามินบีทุกชนิดและมีโครเมียมซึ่งเป็นตัวประกอบ สำคัญของสารอาหารที่เพิ่งค้นพบใหม่ ช่วยให้พลังงานในร่างกายคงที่อยู่เสมอ  ลดอาการเป็นลมหน้ามืด  ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือดได้  ลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด  และจากการรายงานทางการวิจัยพบว่า ในยีสต์มีธาตุเซเลเนียมซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันมะเร็งได้ถึง 10 ชนิดเช่น มะเร็งเต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่ ฯลฯ
     นอกจากนี้ในยีสต์ยังมีธาตุเหล็ก แคลเซียมและโพแทสเซียม  ปัจจุบันมีการใช้ยีสต์ผลิตราโรทีนอยส์และบีตา-คาโรทีนอยด์ ที่เป็นวัตถุสำคัญเนื่องจากมนุษย์และสัตว์ไม่สามารถสร้างได้เอง  ต้องรับมาจากภาย นอกเท่านั้น  มีประโยชน์ในการต่อต้านมะเร็งหลายชนิดและโรคอื่น ๆ  โดยเมื่อเปรียบเทียบยีสต์กับข้าวสาลี ซึ่งเป็นอาหารที่ให้วิตามินบีสูง  พบว่ายีสต์มีวิตามินบี 1 มากกว่าึถึง 10 เท่า วิตามินบี 2 มากกว่า 8 เท่าและมีวิตามินบี 3 มากกว่า่ 10 เท่า โดยทุักส่วนของร่างกายมนุษย์ เช่น โลหิต ข้อต่าง ๆ ผิวหนัง กล้ามเนื้อ ประสาท ล้วนแต่ต้องการวิตามินบีทั้งสิ้น  หากเปรียบเทียบยีสต์กับเนยถั่วพบกว่า ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะมีไขมันเพียง 1 ใน 8 ของไขมันในเนยถั่ว  ดังนั้น ถ้าจะรับประทานเป็นอาหารเสริมสุขภาพขอแนะนำให้รับประทานยีสต์ผงที่สามารถนำมาโรยบนอาหารอะไรก็ได้หรือจะคลุกกับเนื้อทอดก็อร่อยเช่นกัน
     ด้านโทษของยีสต์นั้น บางชนิดอาจทำให้เกิดการเน่าเสียของอาหาร เช่น ฟิล์มยีสต์ ซึ่งจะเจริญบนผิว หน้าอาหารจำพวกผักและผลไม้ดอง  ยีสต์บางชนิดทำให้ไวน์มีกลิ่นไม่ดีและผลิตแอลกอฮอล์ต่ำ  และบาง ชนิดเจริญเป็นฝ้าบนอาหารที่มีความเค็มสูง เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม  นอกจากนี้ยีสต์บางชนิดทำให้เกิดโรค กับคนและสัตว์  แต่ส่วนใหญ่การเกิดโรคจากยีสต์มักมีความรุนแรงน้อยกว่าแบคทีเรียหรือไวรัส  แต่ยีสต์มัก จะฉวยโอกาสเมื่อร่างกายเราอ่อนแอ
     สนใจประโยชน์จากยีสต์ อาจเลือกรับประทานขนมปังชนิดต่าง ๆ เพิ่มขึ้น  หรือหากใครจะซื้อยีสต์ขนมปังมารับประทานโดยนำมาโรยบนอาหารก็ได้คุณประโยชน์มากมายไม่แพ้กัน

ที่มา : ศูนย์สารนิเทศทางอาหาร
 
Plantilla Minima modificada por Urworstenemy